เรื่องเล่าริมคลอง ๓ (ไร่ที่ซื้อไว้)
กรุณาอ่านตอนที่ ๒ ก่อน (คลิ๊ก )

เมื่อฉันซื้อที่จากป้าเม้ยได้ไม่นานนัก ก็ได้ข่าวว่า ป้าเม้ย แกเสียชีวิตเสียแล้ว ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดเพราะว่าฉันเองก็ไม่ได้อยู่ที่เจ็ดเสมียนเลย นอกจากว่านานๆจะกลับมาเยี่ยมแม่สักครั้งหนึ่ง
ท่าใหญ่ในความมืด

ท่าใหญ่อยู่ทางด้านขวามือที่มีเรือจอดอยู่
เสียงของเครื่องยนต์เรือลากจูงที่เรียกกันว่า เรือโยง ดังก้องสนั่นไปทั่วท้องน้ำ กำลังลากจูงเรืออีกหลายลำมุ่งหน้าขึ้นไปทางเหนือ ไม่ทราบว่าเรือที่พ่วงกันมาหลายลำนั้น บรรทุกสินค้าอะไรกันบ้าง ที่แน่ๆก็จะเป็นพวกสินค้าต่างๆซึ่งชาวเรือเร่เหล่านี้ จะนำขึ้นไปขายตามตลาดนัดในที่ต่างๆ
เรื่องเล่าริมคลอง ๒ (ซื้อที่ของป้าเม้ย)
กรุณา (คลิ๊ก)กลับไปอ่านตอนที่ ๑ ก่อน
ตลาดเจ็ดเสมียนในอดีตหรือปัจจุบันก็มีเพียง ๒ แถวไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ป้าเม้ยผู้เป็นเจ้าของที่หาตัวแกไม่ยากหรอก เพราะแกมีอาชีพขายขนมครก คงจะเป็นเจ้าเก่านั่นแหละเพราะว่าขายมานานแล้ว
ย้อนอดีต "ร้านถ่ายรูป จำเนียรศิลป์"
ถ่ายเมื่อ เดือนตุลาคม ๒๕๕๑
นำภาพมาแสดงเมื่อ อาทิตย์ 15 มีนาคม 2009
สถานที่นี้คือหน้าร้านถ่ายรูป จำเนียรศิลป์ ซึ่งถูกปิดตายมานานแล้ว ที่เมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมาประมาณกว่า ๕๐ ปี ณ สถานที่ตรงนี้และบริเวณห้องแถวใกล้ๆกันนี้นับว่ามีความเจริญรุ่งเรืองและคึกคักเป็นอันมาก ณ ที่ห้องแถวห้องนี้ผู้ที่อาศัยอยู่ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ และลูกๆ อยู่กันอย่างมีความสุข
เรื่องเล่าริมคลอง ๑ (ฉันเป็นเด็กเจ็ดเสมียน)

ฉันเป็นเด็กเจ็ดเสมียน เรียนที่โรงเรียนวัดเจ็ดเสมียนเป็นแห่งแรก
ฉันเกิดที่เจ็ดเสมียนนี้เอง ฉันจึงเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริงอีกคนหนึ่ง เหมือนกับที่เพื่อนรุ่นพี่และรุ่นน้องของฉันหลายๆคน เคยพูดว่า เรานี่แหละเป็นเด็กเจ็ดเสมียนตัวจริง
